ถึง...ใครคนหนึ่งบนท้องฟ้า

 

                สวัสดี คนบนท้องฟ้า คุณคงจะแปลกใจที่ได้รับจดหมายฉบับนี้ ซึ่งเขียนขึ้นโดยใครสักคนที่คุณไม่รู้จัก แต่ได้โปรดช่วยอ่านมันสักนิด เพราะมันถูกเขียนขึ้นจากความเหงาของคนๆ หนึ่งที่อาศัยอยู่ใต้ท้องฟ้าของคุณ

 

                ฉันตัดสินใจเขียนจดหมายฉบับนี้ เพื่อบอกเล่าเรื่องราวต่างๆ ในชีวิตให้คุณฟัง นี่เป็นจดหมายฉบับแรกที่คุณจะได้รับ และฉันไม่ได้คาดหวังว่า คุณจะตอบกลับ เพียงแค่อ่านและระลึกว่า บนโลกใต้ก้อนเมฆของคุณนั้น มีใครคนหนึ่งที่กำลังใช้ชีวิต เรียนรู้ หัวเราะ และร้องไห้ในบางวันและบางเวลา

 

                ฉันเป็นคนธรรมดาๆ คนหนึ่ง ไม่ได้มีอะไรพิเศษ ฉันใช้ชีวิตบนเส้นทางที่ฉันเลือก มีคนมากมายอิจฉาฉันที่ฉันสามารถเลือกและเป็นในสิ่งที่อยากเป็น ในสิ่งที่ฝันไว้ได้ แต่ความจริงมันไม่ได้เป็นอย่างที่คนทั่วไปเห็น ฉันกลับอิจฉาคนอื่นที่มีคนคอยดูแล คอยเป็นห่วงเป็นใย และคอยชี้แนะเส้นทางที่จะต้องก้าวเดินไป

               การได้ทำอะไรในสิ่งที่อยากทำ ได้ลองผิด ลองถูก มันก็เป็นสิ่งที่ดี ฉันไม่ปฏิเสธ แต่การที่ต้องก้าวเดินไปตามทางของตัวเอง โดยมีแต่คนคอยมองอยู่ เมื่อล้ม ก็ต้องลุกเอง เมื่อเศร้าโศกเสียใจ ก็ต้องปลอบโยนจิตใจของตัวเอง และเมื่อท้อแท้หมดกำลังใจ ก็ต้องปลุกพลังใจด้วยตัวเอง ทั้งๆ ที่มีคนคอยมองดูอยู่แท้ๆ แต่ทำไมจึงไม่มีใครเข้ามายื่นมือให้ฉันบ้างนะ ฉันก้าวเดินไป โดยไม่รู้ว่า ทางที่ฉันกำลังเดินอยู่ เป็นทางที่จะนำฉันไปสู่ทุ่งดอกไม้กว้างใหญ่บนเนินเขา หรือว่าทางนี้จะพาฉันไปยังหุบเหวลึกกันแน่ ฉันไม่รู้เลย...

                คุณที่อยู่บนฟ้า...คุณเห็นใช่ไหม ช่วยบอกฉันทีว่า ทางนี้จะพาฉันไปยังที่แห่งใด

 

                ไม่ใช่ว่าฉันไร้ญาติขาดมิตรถึงขนาดที่ไม่มีใครใส่ใจและเหลียวแล แต่เป็นเพราะคนรอบข้างคิดว่า ฉันเข้มแข็งพอที่จะเผชิญหน้ากับอุปสรรค ฉันมีสติมากพอที่จะแก้ปัญหา ทั้งๆ ที่ฉันก็เป็นคนๆ หนึ่ง ย่อมมีด้านที่อ่อนแอบ้าง แต่เพราะความคาดหวังของคนรอบข้าง ฉันจึงไม่อาจเปิดเผยความไม่เอาไหนของฉันได้ ฉันจึงต้องสวมหน้ากากแห่งความเข้มแข็ง และก้าวเดินไปอย่างโดดเดี่ยว โดยไม่อาจปริปากขอความช่วยเหลือจากใคร เพราะกลัว...กลัวคนจะหาว่าฉันไม่เอาไหน

 

                คุณคนบนท้องฟ้า คุณรู้ไหมว่า ยามใดที่ฉันท้อแท้ ยามใดที่ฉันเหน็ดเหนื่อย ฉันมักจะแหงนหน้าขึ้นมองแผ่นฟ้า บ้านของคุณ ฉันหลงรักทุกสิ่งทุกอย่างบนท้องฟ้า เมื่อฉันมองท้องฟ้า ฉันรู้สึกว่า ฉันได้รับการปลอบประโลมอย่างอบอุ่น ราวกับผืนฟ้าทั้งหมดได้โอบอุ้มตัวฉันไว้

                  ฉันรู้...ว่าฉันไม่สามารถเอื้อมมือไปถึงแผ่นฟ้าเบื้องบนได้ แต่ฉันก็ได้หลงรักมันจนสุดหัวใจ ทั้งหมดคงเป็นเพราะคุณ...คนบนท้องฟ้า คุณทำให้ท้องฟ้าสวยสดใส ในทุกห้วงยามเมื่อฉันเหม่อมอง คุณทำให้ดวงดาวเปล่งประกายมายังฉัน และทำให้พระจันทร์ส่งยิ้มอันอ่อนโยนมาให้ฉัน

                  คุณคงกล่าวหาฉัน...ว่าฉันคิดว่าตนเองเป็นศูนย์กลางของทุกสิ่ง บางที...คุณอาจไม่ได้สร้างสิ่งเหล่านั้นเพื่อฉัน และฉันก็ไม่มีสิทธิ์ไขว่คว้าของเหล่านั้นมาเป็นของตัวเอง เพราะฉันก็เป็นแค่เพียงคนตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ซึ่งไม่ได้มีอิทธิพลใดๆ ต่อโลกอันกว้างใหญ่นี้เลย

 

                อย่างไรก็ตาม...คุณจะตอบคำถามของฉันสักหน่อยได้ไหม

                ฉัน...จะมีรักแท้ได้ไหม ฉันจะพบคนที่ใช่รึเปล่า

                และคำถามสุดท้าย...

                ฉันสามารถมีความสุขได้ไหมคะ...คุณคนบนท้องฟ้า

                                                                                                               

ยังคงจ้องมองคุณเสมอ

ฉันเอง

 

DVD Boxset...ทำเองนะเธอว์

posted on 10 May 2010 22:48 by padoria

หวัดดีค่า ..

วันนี้มาพบกับงานฝีมือผสมศิลปะที่เกิดจากอารมณ์ชั่ววูบของ จขบ. กันดีกว่าค่ะ

 

บล็อกวันนี้ ขอเสนอ...

 

ที่เก็บ DVD สำหรับซีรี่ย์ทำเองงงงงง....

 

 

เริ่มตั้งแต่เย็บเล่มรวมแผ่นกันเลยทีเดียว...

แล้วก็นั่งทำกล่องใส่เพื่อความหรูหรายิ่งขึ้น รูปบนกล่องวาดด้วยสีน้ำ...วาดเองด้วยนะเธอว์ว์

 มาดูกันเล้ย!!

กล่องด้านหน้า

 

 

ไส้ในกล่อง ปกเขียนด้วยกาแฟ (เป็นครั้งแรกที่ลองใช้กาแฟ)

 

เปิดดูข้างในนิดนึง

 

ด้านหลังกล่อง

 

ทั้งหมดนี้ใช้เวลาทำ 2 วันค่ะ มั่วไปเรื่อยๆ เดี๋ยวก็ได้เอง นอกจากนี้เรายังห่างหายจากการจับสีน้ำมาปีกว่าๆ

ระหว่างทำก็แว่บไปทำอย่างอื่นบ้างอะไรบ้าง...แต่ในที่สุดก็ทำเสร็จล่ะ

 

ลองทำดูกันมั้ยคะ?

 หมดแล่ววว...ราตรีสวัสดิ์ค่ะ :)

 

 

ไปเชียงใหม่มา 1 เดือนค่ะ แต่ไปอยู่ในตัวเมืองเชียงใหม่ได้ประมาณอาทิตย์นิดๆ

 สี่วันแรกเมื่อตอนปลายมีนา กับอีกสี่วันหลังเมื่อปลายเมษาถึงต้นพฤษภา

นอกนั้นที่เหลือ...ขึ้นไปใช้ชีวิตเรียบง่ายที่พันพรรณมาค่ะ

 

เราจะขอพักเรื่องราว ณ พันพรรณไว้ก่อน คาดว่าเรื่องนี้คงต้องเล่ากันยาว

แต่มีอยู่เรื่องหนึ่งที่อยากเล่าให้ฟังสั้นๆ ณ ตอนนี้ค่ะ

 

จะขอพูดถึงเมืองเชียงใหม่ หลังจากที่เราได้ไปทำความรู้จักมา

 

สิ่งที่ประทับใจมากๆ ในเมืองเชียงใหม่

1. พี่เจ้าของเพลินเพลิน และเพลินเพลิน เกสต์เฮ้าส์เล็กๆ ฮิปๆ ใกล้ๆ ห้าแยกสันติธรรม

2. พี่ลิตร ขนม เบเกอรี่โฮมเมดที่อร่อยที่สุดเท่าที่เคยกินมา ในราคาไม่แพง และยังใจดีมากๆ ด้วย

3. เวียงจูมออน ทีเฮ้าส์ ร้านชาสีชมพูที่อบอุ่น ยิ้มแย้ม และน่ารักที่สุดเท่าที่เคยเจอะเจอ

4. หอมปากหอมคอ คาเฟ่เล็กๆ ในซอยนิมมานฯ 1 พี่เจ้าของน่ารัก อัธยาศัยดี และ Chocolate freeze ที่อร่อยที่สุดในสามโลก

 

 

สิ่งที่ต้องเบ้ปากให้ ในเมืองเชียงใหม่

1. รถราในเมืองเชียงใหม่ จะเยอะไปถึงไหนครับท่าน

 คือว่าก็เข้าใจนะว่า เชียงใหม่ก็เมืองใหญ่ แต่ถึงแม้ว่าเราจะอยู่กรุงเทพฯ มานาน เราก็ไม่สามารถทนรับได้กับรถราในเมืองเชียงใหม่

โดยเฉพาะอย่างยิ่งน้ำใจของคนขับที่มีต่อคนที่จะข้ามถนน หรือคนที่ขี่จักรยาน ได้ไปทำตัวทั้งจะข้ามถนนและขี่จักรยาน ก็ได้รับประสบการณ์ที่แทบจะร้องไห้ไม่ต่างกัน

 เราคิดว่า คนขับรถหลายๆ คนคงมองเห็นคนที่ทำหน้าเลิ่กลั่กจะข้ามถนนอยู่ แต่ก็ไม่เห็นมีใครชะลอให้ข้ามได้ แม้จะรอตรงทางม้าลายก็ตาม (ทางข้ามนั้นไม่มีไฟให้กด)

จะข้ามถนนแต่ละที เหมือนเอาชีวิตไปเสี่ยง ถึงแม้เราจะมั่นใจในทักษะการข้ามถนนที่ฝึกปรือมาจากกรุงเทพมากแค่ไหนก็ตาม แต่ว่า...มันไม่ใช่อะ จ๊อดดดด

ส่วนประสบการณ์ปั่นจักรยาน คือไม่ได้เป็นคนปั่นหรอกค่ะ แต่ซ้อนเพื่อนเอา คือว่า รถที่จะเลี้ยวซ้ายน่ะ ทำไมไม่ชิดเลนซ้ายไว้อะคะ ทำไมต้องมาโฉบเลี้ยวซ้ายตรงใกล้ๆ แยกด้วย คนขี่จักรยานเสียวนะคะ

รวมทั้งดูเหมือนว่ารถใหญ่จะไม่เห็นใจรถเล็กสักเท่าไหร่ ราวกับว่า จักรยานไม่มีตัวตนอยู่บนโลกนี้ หรืออาจเป็นเพราะว่าคนขี่เป็นคนไทยก็ไม่รู้ เลยไม่ต้องแสดงน้ำใจให้กัน???

 

2. รถแดง ณ เชียงใหม่ อยู่เชียงใหม่อาทิตย์กว่าๆ เสียค่ารถแดงไปแปดร้อยกว่าๆ มายก๊อด!!!

ถึงแม้ว่าเราจะพยายามทุ่นค่ารถด้วยการเดินและการปั่นจักรยานแล้วก็ตาม (เคยเดินจากสวนนมถึงประตูช้างเผือกเลยทีเดียว)

 แต่ในบางกรณีดังที่กล่าวไว้ในข้อที่ 1 การจะขี่จักรยานหรือเดินนั้นก็เสี่ยงอันตรายพอสมควร จึงต้องนั่งรถแดง ซึ่งมัน....เฮ้อ...

เมื่อไหร่จะแก้ปัญหานี้ตกนะ รถประจำทาง (รถเมล์) คือทางออกที่ดีที่สุด แต่คนขับรถแดงก็คงไม่ยอม ถ้าไม่มีคำว่า ผลประโยชน์ อะไรๆ ในโลกนี้ก็คงง่ายกว่านี้เยอะ

 

3. ถนนหนทางในเชียงใหม่ ทำไมมันงงเยี่ยงนี้...ทั้งนี้ อาจเป็นความผิดของเราเองที่ไม่ได้ศึกษาเส้นทางให้ดีในบางครั้ง แต่มันงงจริงๆ นะ ป้ายสักนิด ขอสักหน่อยได้บ่?

 

 

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เราก็ยังคงยอมว่า เมืองเชียงใหม่นั้น ก็ยังมีแง่ที่ดีงามอยู่ไม่น้อยค่ะ

 

ทั้งหมดนี้เป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัวของ จขบ. ถ้าหากไม่ตรงกับความเห็นของใคร ก็ขออภัย อย่าถือโทษโกรธกันเลยนะคะ